การสำรวจใน God of War Ragnarok คือความสนุกอีกครึ่งของเกมที่หลายคนเผลอข้าม เพราะพอเนื้อเรื่องมันเข้มจัด เราก็มักจะเผลอกดวิ่งตามเส้นหลักแบบลืมหายใจ แต่ความจริงคือเกมออกแบบให้ “ออกนอกทางแล้วคุ้ม” ทั้งไอเท็ม อัปเกรด เรื่องเล่าระดับลึก และบอสเสริมที่ทำให้เรารู้สึกว่าโลกนี้ไม่ใช่ฉากสวย ๆ ไว้เดินผ่านเฉย ๆ (แถมบางทีออกนอกทางแล้วได้ของดีจนต้องย้อนมาพูดกับตัวเองว่า “โอเค ต่อไปจะไม่รีบแล้ว”) ระหว่างอ่านถ้าอยากสลับโหมดบันเทิงแบบอื่นบ้างก็แวะ ทางเข้า UFABET ล่าสุด ได้ตามสะดวก แต่เราขอชวนกลับมาโหมดนักสำรวจต่อ เพราะบทนี้จะทำให้คุณเดินได้คุ้มขึ้นแบบไม่ต้องเปิดไกด์แล้วเสียฟีล

ทำไมการสำรวจภาค Ragnarok ถึง “คุ้ม” กว่าที่คิด
ถ้าคุณเคยเล่นเกมที่เควสต์ย่อยคือ “ไปเก็บของ 10 ชิ้นแล้วกลับมารับเงิน” คุณอาจแอบระแวงว่า God of War Ragnarok จะเป็นแบบนั้นไหม คำตอบคือ…ไม่ค่อยใช่
การสำรวจในภาคนี้คุ้มเพราะ 3 อย่างใหญ่ ๆ
ของที่ได้มีผลจริงกับการเล่น
หลายพื้นที่ให้ทรัพยากรอัปเกรดอาวุธ เกราะ รูน หรือความสามารถของคู่หูแบบที่ “รู้สึกได้ทันที” ว่าไฟต์ลื่นขึ้น ตายยากขึ้น ไม่ใช่แค่ของสะสมเอาไปตั้งโชว์ในบ้าน (ซึ่งคราโทสก็ไม่ได้มีบ้านแบบคนปกติอยู่แล้ว)
เควสต์ย่อยเล่าโลกและเล่าคน
หลายเควสต์ย่อยเป็นเหมือน “ตอนพิเศษ” ของซีรีส์ที่ทำให้เราเข้าใจแรงจูงใจของตัวละครและความเป็นมาของแต่ละดินแดนมากขึ้น บางเควสต์จบแล้วคุณจะรู้สึกว่า…มันไม่ใช่งานเสริม แต่มันคือ “อีกด้านของเรื่องหลัก”
ออกแบบให้สำรวจแล้วไม่เหนื่อยเกิน
แม้โลกจะกว้างขึ้น แต่เกมฉลาดในการวางจุดน่าสนใจเป็นช่วง ๆ มีสัญญาณให้สังเกต มีทางลัดให้เปิด และมักพาคุณกลับไปจุดสำคัญได้สะดวกขึ้นเมื่อคุณได้อุปกรณ์ใหม่
รู้จักประเภทของ “สิ่งที่เจอ” ตอนสำรวจแบบไม่สปอยล์หนัก
การสำรวจใน Ragnarok จะวนอยู่กับกิจกรรมหลัก ๆ เหล่านี้ (เรียกมันว่า “เมนูของนักเดินป่า” ก็ได้)
เควสต์ย่อย (Favors)
เป็นภารกิจเสริมที่มักเริ่มจากบทสนทนา เหตุการณ์ที่พบ หรือสิ่งของที่เก็บได้ ระดับความยาวมีตั้งแต่สั้น ๆ ไปจนยาวแบบเหมือนเนื้อเรื่องย่อย
จุดลับและสมบัติ
มีทั้งหีบที่ต้องแก้ปริศนา ล็อกด้วยกลไก หรืออยู่ในทางแยกที่คนรีบมักมองไม่เห็น
บอสเสริมและศัตรูพิเศษ
นี่คือของหวานสำหรับคนชอบความท้าทาย บางตัวโหดจนทำให้เรา “ตั้งใจนั่งหลังตรง” แบบไม่รู้ตัว แต่รางวัลก็คุ้มสมชื่อ
ปริศนาและสภาพแวดล้อม
ปริศนาส่วนใหญ่ไม่ได้มาเพื่อถ่วงเวลา แต่มาเพื่อทำให้คุณใช้เครื่องมือให้หลากหลาย และทำให้พื้นที่รู้สึกเป็น “สถานที่” จริง ๆ ไม่ใช่แค่ทางเดิน
สำรวจตอนไหนดีที่สุด: รีบไปก็ได้ แต่ช้า ๆ แล้วได้ของ
คำถามยอดฮิตคือ “ควรสำรวจตอนแรกเลยไหม หรือรอจบก่อนค่อยกลับมา?”
คำตอบแบบกลาง ๆ ที่ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่คือ
สำรวจแบบพอดีระหว่างทาง
เวลาคุณเจอทางแยกที่ชัดเจน หรือเจอพื้นที่ที่เกมเหมือนจะบอกว่า “ตรงนี้มีอะไรนะ ลองดูหน่อยสิ” ให้แวะสำรวจได้เลย คุณจะได้ทรัพยากรที่ช่วยให้เส้นเรื่องหลักง่ายขึ้นด้วย
เก็บพื้นที่ที่ต้องใช้อุปกรณ์ใหม่ไว้ทีหลัง
บางจุดคุณจะเห็นชัดว่า “ยังไปไม่ได้” หรือ “ต้องมีอะไรบางอย่าง” ไม่ต้องฝืน ให้จำไว้แล้วกลับมาเมื่อได้ความสามารถใหม่ การกลับมาทีหลังเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะเกม ไม่ใช่การพลาด
ถ้าชอบปั้นตัวละคร แนะนำให้ทำเควสต์ย่อยสม่ำเสมอ
เพราะของอัปเกรดหลายอย่างจะค่อย ๆ ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวละคร “โตขึ้น” อย่างเป็นรูปธรรม และช่วยให้ไฟต์หลักไม่กลายเป็นกำแพง
เทคนิคอ่านแผนที่และสัญญาณในฉาก: ไม่ต้องเป็นคนตาเหยี่ยวก็หาเจอ
หลายคนพลาดของลับไม่ใช่เพราะหาไม่เก่ง แต่เพราะรีบเกินไป เกมมี “ภาษา” ของมันที่ถ้าคุณจับได้ คุณจะเริ่มเจออะไรเยอะขึ้นเอง
ฟังบทสนทนาของคู่หูให้ดี
เวลาคู่หูพูดเชิงสงสัยหรือทักว่าเห็นอะไรบางอย่าง มักมีนัยว่ามีทางลับ ปริศนา หรือของอยู่ใกล้ ๆ (เกมทำเหมือนกระซิบให้เรา แต่เราดันวิ่งหนีเสียงกระซิบเอง)
สังเกตองค์ประกอบที่ “ดูตั้งใจวาง”
เช่น รอยแตก แผ่นไม้ที่ดูพังได้ กลไกสี/สัญลักษณ์ที่เด่นผิดปกติ หรือจุดที่มีทางเดินแคบ ๆ เหมือนกำลังเชื้อเชิญให้คุณ “มุดเข้าไปหน่อย”
อย่ากลัวการย้อนกลับ 20 วินาที
บางครั้งของลับอยู่ในมุมที่คุณผ่านแล้ว แค่ย้อนกลับไปนิดเดียวก็เจอ ต่างจากชีวิตจริงที่ย้อนกลับไปแก้คำพูดเมื่อวานไม่ได้ (เศร้าเบา ๆ)
ใช้มุมกล้องช่วย
หมุนกล้องก่อนออกจากพื้นที่เสมอ 2–3 วินาที คุณจะเห็นทางแยกเล็ก ๆ ที่สายสปีดรันชอบพลาด
ของที่ควรโฟกัสเวลาออกสำรวจ: เก็บอะไรแล้ว “คุ้มสุด”
สิ่งที่ควรเก็บระหว่างสำรวจ ถ้าคุณอยากให้การเดินมีความหมายต่อการสู้
ทรัพยากรอัปเกรดอาวุธและเกราะ
ของเหล่านี้ทำให้คุณ “รอด” และ “ตีแรง” ขึ้นแบบรู้สึกได้ทันที โดยเฉพาะช่วงกลางเกมที่ศัตรูเริ่มลงโทษความโลภชัดขึ้น
รูนและเอนแชนต์
หลายชิ้นเปลี่ยนสไตล์การเล่นได้ เช่น ช่วยลดคูลดาวน์ เพิ่มโอกาสติดสถานะ เพิ่มการฟื้นฟู หรือทำให้คอมโบไหลขึ้น
ของที่เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง
บางพื้นที่ให้ทางลัดหรือวิธีเดินที่เร็วขึ้น พอคุณเปิดได้ โลกจะ “เล็กลง” แบบรู้สึกได้จริง ทำให้การกลับไปเก็บของที่เคยพลาดไม่ทรมาน
ตารางสรุปแบบนักสำรวจ: ไปทำอะไรดีให้คุ้มเวลา
| สิ่งที่ทำระหว่างสำรวจ | ได้อะไร | คุ้มกับใคร | ทริคให้คุ้มขึ้น |
|---|---|---|---|
| เควสต์ย่อย | ทรัพยากร + เรื่องเล่า | คนชอบเนื้อเรื่อง/ปั้นตัว | รับเควสต์แล้วทำไปตามทาง ไม่ต้องฝืนรวดเดียว |
| หีบ/สมบัติ | รูน เกราะ อัปเกรด | ทุกคน | หมุนกล้องก่อนออกพื้นที่เสมอ |
| บอสเสริม | ของแรร์ + ความท้าทาย | คนชอบไฟต์ | ไปตอนอัปเกรดพอแล้ว จะไม่หัวร้อนเกิน |
| ปริศนา | เปิดทาง/ของลับ | คนชอบสำรวจ | ฟังคู่หูและสังเกตสัญลักษณ์ในฉาก |
| เปิดทางลัด | เดินทางไวขึ้น | คนเก็บครบ | เจอทางแยกให้สำรวจนิด ๆ ก่อนผ่าน |
กลยุทธ์ “สำรวจแบบไม่หลง”: วางแผนเหมือนเราเป็นคนมีระเบียบ (แม้ความจริงจะไม่)
ถ้าคุณเป็นสายชอบเก็บให้ครบ แต่ไม่อยากวนจนเหนื่อย ลองใช้แนวคิดนี้
คิดเป็นโซน ไม่คิดเป็นทั้งแผนที่
เวลาเข้าโซนใหม่ ให้ตั้งเป้าเล็ก ๆ เช่น “วันนี้จะเก็บแค่พื้นที่นี้ให้สุด” แทนที่จะคิดว่า “ต้องเก็บทั้งดินแดนให้ 100%” เพราะคิดใหญ่เกินไปทีไร เราจะเหนื่อยก่อนสนุกเสมอ
ทำเครื่องหมายในหัวกับจุดที่ยังไปไม่ได้
เห็นทางที่ต้องใช้อุปกรณ์ใหม่ ให้บอกตัวเองว่า “เดี๋ยวค่อยมา” แล้วเดินต่อ อย่าฝืน ถ้าฝืนคุณจะเสียเวลาและเสียอารมณ์ (เกมไม่ได้ให้รางวัลกับการดื้อแบบนั้น)
กลับฐาน/ร้านอัปเกรดเป็นระยะ
การสำรวจจะคุ้มขึ้นถ้าคุณอัปเกรดให้ทัน ของที่เก็บมาเยอะ ๆ ถ้าไม่เอาไปใช้ มันก็เหมือนเราเก็บสติ๊กเกอร์แต่ไม่เคยแปะ (ก็ได้อยู่ แต่มันไม่สุด)
เควสต์ย่อยที่ทำให้ “โลกมีชีวิต”: ทำไมบางอันเล่นแล้วอิน
สิ่งที่ดีของเควสต์ย่อยใน Ragnarok คือมันไม่พยายามเป็นงานเสริมแบบแห้ง ๆ หลายอันมี
- ปัญหาจริงของคนในโลกนั้น
- ความขัดแย้งที่ไม่มีคำตอบสวยงาม
- บทสนทนาที่ทำให้ตัวละครดูเป็นมนุษย์ (แม้จะเป็นเทพ/คนแคระ/อะไรก็ตาม)
และเพราะมันอินนี่แหละ คุณจะรู้สึกว่า “เราไม่ได้เก็บของ” อย่างเดียว แต่กำลัง “เดินผ่านเรื่องของคนอื่น” ซึ่งทำให้โลกดูหนาและหนักแน่นขึ้นมาก
จุดที่คนมักพลาดตอนสำรวจ (แล้วค่อยมาเสียดายทีหลัง)
รีบจนลืมฟังคู่หู
คู่หูคือเรดาร์แบบมีอารมณ์ขันในตัว บางทีเขาจะพูดเหมือนบ่น แต่จริง ๆ คือไกด์แบบเนียน ๆ
เห็นทางแยกแล้วคิดว่า “ไว้ก่อน”
แล้วก็…ไม่กลับมา เพราะเนื้อเรื่องพาไปไกล แล้วความขี้เกียจชนะทุกอย่าง
ไม่เช็กของที่ได้
บางคนเก็บของมาเต็มกระเป๋า แต่ไม่เปลี่ยนรูน ไม่ปรับเกราะ ไม่อัปอะไรเลย สุดท้ายก็รู้สึกว่า “ทำไมสำรวจแล้วไม่เห็นคุ้ม” ทั้งที่ของมันคุ้ม แค่เราไม่ใช้เอง
สำรวจให้สนุกต้องมี “จังหวะพัก”
การสำรวจที่ดีไม่ใช่การกวาดทุกอย่างแบบเครื่องดูดฝุ่น แต่คือการสลับจังหวะ—เดินบ้าง สู้บ้าง แก้ปริศนาบ้าง ฟังเรื่องบ้าง แล้วค่อยกลับไปเส้นหลักแบบหัวใจไม่ล้า ถ้าคุณอยากพักสมองสักครู่แบบเปลี่ยนบรรยากาศ ก็แวะ ยูฟ่าเบท ได้ตามสไตล์ แต่พอกลับมาเล่นต่อ คุณจะรู้สึกว่าการเดินเก็บของในเกมมัน “ชิลและคม” ขึ้น เพราะเราไม่ได้ฝืนให้ทุกอย่างจบในรวดเดียว
ทริคแก้ปริศนาแบบไม่ต้องเดา: คิดเป็นระบบแล้วจะไวขึ้น
ปริศนาใน God of War Ragnarok ส่วนใหญ่มีตรรกะชัด ถ้าคุณตั้งหลักดี
แยกปริศนาเป็น “อะไรขวางเราอยู่”
- ขวางด้วยประตู/กลไก
- ขวางด้วยระยะ (ต้องยิง/ปาให้โดน)
- ขวางด้วยมุม (ต้องหามุมใหม่)
- ขวางด้วยอุปกรณ์ (ยังไม่ถึงเวลา)
แค่คุณบอกได้ว่ามันขวางแบบไหน คุณจะเริ่มเห็นคำตอบไวขึ้นทันที
หยุดมอง “ของที่ต้องเปิด” แล้วมอง “เครื่องมือที่มี”
อาวุธและความสามารถของคุณคือคำใบ้ บางทีคุณมัวแต่จ้องประตู จนลืมว่าคุณมีเครื่องมือที่ทำอะไรได้บ้าง
ถ้าติดจริง ให้ถอยมาสองก้าว
การถอยไม่ใช่การยอมแพ้ แต่มันเปลี่ยนมุมกล้องและมุมคิด หลายปริศนาแก้ได้เพราะคุณยอมถอยมามองภาพรวม
สำรวจแบบนักล่าของ: ทำยังไงให้ “เก็บได้เยอะ” โดยไม่รู้สึกงาน
ตั้งเป้าความคุ้ม ไม่ตั้งเป้าความครบ
วันนี้เก็บให้คุ้มพอ—เช่น อัปเกรดได้หนึ่งขั้น เจอหีบสำคัญสักสองสามใบ ทำเควสต์ย่อยสักอัน เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
ทำเช็กลิสต์เล็ก ๆ ก่อนเข้าโซน
ไม่ต้องจริงจังเหมือนทำงาน แต่แค่บอกตัวเองว่า
- จะมองหาทางลัด
- จะเก็บหีบที่เห็น
- จะไม่รีบวิ่งผ่านเสียงคู่หู
แค่นี้คุณจะพลาดน้อยลงแบบเห็นผล
ถ้าหัวร้อน ให้กลับไปเส้นหลักก่อน
บางพื้นที่เจอบอสเสริมแล้วตายรัว ๆ อย่าฝืนจนหมดสนุก กลับไปทำเนื้อเรื่อง อัปเกรด แล้วค่อยกลับมา “เอาคืนแบบสุภาพ” ทีหลัง
FAQ คำถามยอดฮิตเรื่องการสำรวจใน God of War Ragnarok
สำรวจเยอะ ๆ ทำให้เกมง่ายขึ้นไหม?
ง่ายขึ้นมากในเชิงทรัพยากรและอัปเกรด คุณจะมีตัวเลือกเกราะ รูน และสกิลที่เข้ามือขึ้น ทำให้ผ่านไฟต์หลักลื่นกว่าเดิม
ต้องเก็บครบ 100% ไหมถึงจะสนุก?
ไม่จำเป็นเลย สนุกได้ทั้งสายเนื้อเรื่องและสายเก็บครบ แค่เลือกจังหวะที่ไม่ทำให้ตัวเองเหนื่อยเกิน
เควสต์ย่อยควรทำตอนไหน?
ทำระหว่างทางเป็นช่วง ๆ จะดีที่สุด เพราะของที่ได้ช่วยให้เนื้อเรื่องหลักไม่ยากเกิน และยังไม่ทำให้คุณลืมเส้นเรื่อง
ถ้าติดปริศนาควรทำยังไง?
ลองถอยมามองภาพรวม ฟังคู่หู และเช็กว่าจุดนั้นต้องใช้อุปกรณ์ใหม่หรือไม่ ถ้ายังไม่ถึงเวลา ให้ทำใจแล้วกลับมาทีหลังแบบเท่ ๆ
ออกนอกทางแล้วจะหลงกลับไม่ถูกไหม?
เกมมีทางลัดและระบบนำทางช่วยค่อนข้างดี ถ้าคุณเปิดทางลัดไว้เรื่อย ๆ การกลับไปกลับมาจะง่ายขึ้นมาก
บอสเสริมควรไปสู้ตอนไหนถึงจะไม่ทรมาน?
แนะนำให้ไปตอนคุณอัปเกรดพอสมควร หรืออย่างน้อยมีรูนและเกราะที่เข้ามือ เพราะบอสเสริมหลายตัวถูกออกแบบให้ “ทดสอบวินัย” ของผู้เล่น
สำรวจแล้วของเต็ม ควรทำอะไรก่อน?
กลับไปอัปเกรด ปรับรูน ปรับเกราะก่อนเสมอ ของจะคุ้มเมื่อมันถูก “เอามาใช้” ไม่ใช่แค่ถูก “เอามาเก็บ”
ถ้าอยากสำรวจให้คุ้ม จำแค่ 3 ประโยคนี้พอ
- ฟังคู่หูให้มากขึ้น
- หมุนกล้องก่อนออกจากพื้นที่
- อัปเกรดของที่เก็บมาให้ทัน
ทำได้แค่นี้ คุณจะพลาดน้อยลงแบบรู้สึกได้ และการเดินในเกมจะกลายเป็นความสนุก ไม่ใช่ภาระ
ถ้าคุณอยากพักจากการเดินลุยหิมะไปเป็นโหมดบันเทิงสั้น ๆ ก็แวะ สมัคร UFABET ได้ตามจังหวะชีวิต แล้วค่อยกลับมาถือขวานต่อแบบใจเย็น ๆ
เดินช้าลงนิด โลกจะให้ของตอบแทน
สุดท้ายแล้ว การสำรวจใน God of War Ragnarok ไม่ได้มีไว้ให้คุณ “เก็บครบเพื่อโชว์” แต่มันมีไว้ให้คุณ “ผูกพันกับโลก” และค่อย ๆ รู้สึกว่าเส้นทางที่เดินมันมีความหมายจริง ๆ ทั้งของที่ได้ เรื่องที่ได้ฟัง และความมั่นใจที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเวลาคุณกลับไปสู้ศัตรูเดิมด้วยตัวที่แข็งแรงกว่าเดิม ถ้าคุณยอมเดินช้าลงอีกนิด ยอมเลี้ยวเข้าทางแยกอีกครั้ง โลกของเกมนี้จะตอบแทนคุณอย่างใจดี—และนั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้ การสำรวจใน God of War Ragnarok กลายเป็นช่วงเวลาที่เราอยากกลับไปใช้เวลาอยู่กับมันอีกเรื่อย ๆ แม้จะวางจอยลงไปแล้วก็ตาม