นักชกไทยในยุคทีวีสีสู่ยุคสตรีมมิ่ง: ความดังที่เปลี่ยนรูปแบบแต่ไม่เปลี่ยนความมัน

Browse By

นักชกไทยในยุคทีวีสีสู่ยุคสตรีมมิ่ง: ความดังที่เปลี่ยนรูปแบบแต่ไม่เปลี่ยนความมัน ไม่ได้เป็นแค่ประโยคเท่ ๆ แต่มันคือเรื่องจริงของกีฬามวยในบ้านเรา ตั้งแต่วันที่ทั้งครอบครัวนั่งเบียดกันหน้าทีวีจอใหญ่ในห้องนั่งเล่น ดูไฟต์ดังทุกเย็นวันเสาร์อาทิตย์ ไปจนถึงวันนี้ที่หลายคนดูไฮไลต์น็อกเอาต์จากหน้าจอมือถือในรถไฟฟ้า หรือนั่งสลับหน้าจอระหว่างไลฟ์มวยกับแอปแชต แถมบางคนยังเปิดเว็บกีฬาเช็กข้อมูลหรือลุ้นผลควบคู่กันผ่านแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยอย่าง สมัคร UFABET อีกต่างหาก

จากยุคที่ชื่อของนักชกไทยถูกจดจำผ่านเสียงพากย์ดัง ๆ จากทีวีช่องหลัก สู่ยุคที่คลิปไม่กี่วินาทีบนโซเชียลสามารถทำให้ “หมัดเดียว” กลายเป็นไวรัลไปทั้งประเทศ เส้นทางของนักชกไทยเองก็ต้องปรับตัว ทั้งรูปแบบการดัง การหาเงิน และการสร้างตัวตน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เคยเปลี่ยนคือ “ความมันบนเวที” ที่ยังดุเดือดเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมุมกล้องชัดขึ้น เสียงชัดขึ้น และคอมเมนต์คนดูโผล่ขึ้นมาเรียลไทม์เลยด้วยซ้ำ

บทความนี้เราเลยอยากชวนย้อนดู “วิวัฒนาการของความดัง” ของนักชกไทย ตั้งแต่ยุคทีวีสี จนวันนี้ที่ทุกอย่างไหลไปอยู่ในโลกสตรีมมิ่ง และถามตัวเองเบา ๆ ว่า ในอนาคตแฟนมวยไทยจะหน้าตาแบบไหนกันแน่


ยุคทีวีสี: เมื่อมวยคือ “กิจกรรมครอบครัว”

ลองนึกภาพบ้านไทยยุคทีวีสีใหม่ ๆ

  • ทีวีจอตู้ตั้งอยู่กลางห้อง
  • พอถึงเวลาไฟต์ดัง เสียงพ่อเรียกทุกคนมานั่งดู
  • ลุง ป้า น้า อา นั่งเก้าอี้พลาสติกบ้าง นั่งพื้นบ้าง
  • ข้าง ๆ มีกับแกล้มเล็ก ๆ ข้าวเหนียว ไก่ทอด น้ำอัดลม (กับอย่างอื่นบ้างแล้วแต่บ้าน 😅)

มวยกลายเป็น “กิจกรรมครอบครัว” เฉพาะวัน เพราะทีวีมีไม่กี่ช่อง โปรแกรมมวยคือรายการใหญ่ของสัปดาห์ นักชกไทยที่ได้ขึ้นทีวีสีช่วงนั้น จึงไม่ใช่แค่คนในเวที แต่คือ “ดารา” ในสายตาคนทั้งประเทศ

ความดังในยุคทีวีสีมีลักษณะประมาณนี้

  • ดังแบบทั้งบ้านทั้งเมือง เพราะทุกคนดูช่องเดียวกัน เวลาไฟต์ใหญ่คือทั้งประเทศรู้เรื่องพร้อมกัน
  • ซีนจำฝังหัว จากเสียงพากย์กับภาพน็อกเอาต์ ที่ถูกพูดต่อกันปากต่อปาก
  • ไม่มีรีรันง่าย ๆ ถ้าไม่ได้ดูสด ก็ต้องรอลุ้นว่าช่องจะเอามาฉายซ้ำอีกเมื่อไหร่

ตอนนั้นนักชกไทยจำนวนมากเลยกลายเป็น “ฮีโร่ช่องทีวี” ไปเลย ชื่อเสียงมาจากการชนะไฟต์ แล้วถูกพูดถึงไปเองโดยระบบทีวีและสื่อสิ่งพิมพ์


เมื่อชื่อของนักชกไทยถูกสร้างผ่านรายการมวยประจำสัปดาห์

ยุคทีวีสีคือยุคทองของ “รายการมวยประจำสัปดาห์”

  • มีโปรแกรมตายตัว เช่น เย็นวันเสาร์–อาทิตย์
  • ชื่อรายการผูกกับสนาม หรือโปรโมเตอร์เจ้าใหญ่
  • คนดูก็เลยจดชื่อเวที ชื่อรายการ ชื่อนักชกไปพร้อมกัน

นักชกที่ได้ชกคู่เอกบ่อย ๆ คือคนที่ “รู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง” โดยไม่ต้องซื้อโฆษณา ไม่ต้องทำคอนเทนต์เอง ไม่ต้องมีเพจส่วนตัวด้วยซ้ำ ขอแค่ชกมัน ชกใจสู้ เดี๋ยวเสียงพากย์กับรายการทีวีก็จะช่วยบอกเล่าให้คนทั้งประเทศเอง

ในยุคนั้น ความดังของนักชกไทยจึงมาจาก

  • ฟอร์มบนเวที
  • การจับคู่ไฟต์สุดเดือด
  • การเป็นขาประจำของรายการมวยดัง

พูดแบบเล่น ๆ คือ ถ้าชกมันพอ คนทั้งประเทศจะรู้จัก แม้เราเองอาจจะยังไม่รู้เลยว่า “แฟนคลับเราเยอะแค่ไหน” เพราะไม่มีตัวเลขยอดไลก์ให้ดูเหมือนสมัยนี้


เปลี่ยนผ่านจากทีวีช่องหลักสู่เคเบิล–ดาวเทียม

พอเข้าสู่ยุคเคเบิลและทีวีดาวเทียม

  • ช่องกีฬาเริ่มมีมากขึ้น
  • รายการมวยถูกแยกออกไปอยู่ในช่องเฉพาะ
  • มีการถ่ายทอดสดจากต่างประเทศบ่อยขึ้น

ประสบการณ์ของแฟนมวยก็เริ่มแตกตัว

  • คนดูบางกลุ่มยังดูผ่านทีวีฟรีทีวีช่องเดิม
  • แต่อีกหลายกลุ่มที่ติดตั้งจาน/กล่องทีวีเริ่มมี “ทางเลือก” มากขึ้น ถ้าวันนี้ไม่ถูกใจไฟต์จากไทย ก็เปลี่ยนไปดูไฟต์ต่างประเทศได้

สำหรับนักชกไทย

  • โอกาส “ไปดังต่างประเทศ” เริ่มชัดเจนขึ้น เพราะมีช่องที่ถ่ายทอดไฟต์จากญี่ปุ่น อเมริกา หรือยุโรปแบบต่อเนื่อง
  • แต่ในอีกด้าน ความดังในประเทศเริ่มกระจาย ไม่ได้อยู่แค่ช่องฟรีทีวีเจ้าเดียวแล้ว

นักชกบางคนเลยมีเคสแปลก ๆ คือ “ดังนอกมากกว่าดังใน” เพราะคนไทยไม่ได้ติดตามช่องทางที่เขาชกเท่าไหร่ แต่แฟนมวยต่างชาติรู้จักเขาดี


เข้าสู่ยุคสตรีมมิ่ง: จากจอใหญ่กลางบ้านสู่จอเล็กในมือ

แล้วก็มาถึงยุคที่ทุกอย่างย้ายไปอยู่ในมือถือ

  • ไลฟ์ไฟต์ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
  • คลิปไฮไลต์ลงโซเชียลไม่กี่นาทีหลังไฟต์จบ
  • เพจวิเคราะห์มวย ผังรายการมวย สถิตินักชกเติบโตเต็มฟีด

แฟนมวยยุคใหม่อาจไม่ได้จำเป็นต้อง “นั่งเฝ้าหน้าจอ” อีกต่อไป

  • ถ้าวันนี้ติดธุระระหว่างไฟต์ ก็รอดูไฮไลต์ทีหลังได้
  • ถ้าไม่ว่างดูเต็มแมตช์ ก็เลือกดูเฉพาะช่วงสำคัญผ่านคลิปตัดต่อ
  • ถ้าอยากรู้ว่าใครต่อ–รองเท่าไหร่ บางคนก็หยิบมือถือกดเข้าเว็บกีฬา ล็อกอินผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อดูข้อมูลก่อนดูไฟต์จริง

ผลคือ “ความดัง” ของนักชกไทยในยุคนี้จึงไม่ได้เกิดแค่จากการออกทีวี แต่เกิดจาก

  • คลิปไวรัล
  • แคปชั่นโดน ๆ
  • รีแอ็กชันของคนดัง/อินฟลูเอนเซอร์
  • การทำเพจหรือช่องส่วนตัวของนักชกเอง

พูดง่าย ๆ คือ จากเมื่อก่อนต้องรอช่องทีวี “ปั้น” เดี๋ยวนี้นักชกไทยสามารถ “ปั้นตัวเอง” ผ่านโซเชียลได้เลย ถ้าเข้าใจเกมสื่อใหม่พอ


ตารางเปรียบเทียบยุคทีวีสี–เคเบิล–สตรีมมิ่ง

เพื่อให้เห็นภาพง่าย เราลองเปรียบเทียบแบบคร่าว ๆ

ยุคช่องทางหลักที่คนดูมวยวิธีที่นักชก “ดัง”จุดเด่นของประสบการณ์แฟนมวย
ทีวีสี (ช่องฟรีทีวีหลัก)ทีวีจอตู้กลางบ้านรายการมวยประจำสัปดาห์, คู่เอกคืนเสาร์–อาทิตย์ดูกันทั้งครอบครัวพร้อมกัน เสียงเชียร์ลั่นบ้าน
เคเบิล–ดาวเทียมช่องกีฬาต่าง ๆ บนกล่องทีวีออกช่องกีฬาเฉพาะ, ไฟต์ต่างประเทศมีตัวเลือกมากขึ้น ดูมวยไทย–ต่างชาติได้หลากหลาย
สตรีมมิ่ง–ออนไลน์ปัจจุบันมือถือ, แท็บเล็ต, สมาร์ตทีวีคลิปไวรัล, โซเชียล, ไลฟ์, แพลตฟอร์มกีฬาดูได้ทุกที่ ทุกเวลา แชร์คอมเมนต์เรียลไทม์

เราจะเห็นว่า “รูปแบบ” ของความดังเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่แก่นของมันยังเหมือนเดิม คือ คนดูอยากเห็นไฟต์มัน ๆ นักชกใจสู้ และเรื่องราวเบื้องหลังที่ทำให้เราอินไปกับเขา


นักชกไทยกับการสร้างตัวตนในยุคจอเล็ก

จากเมื่อก่อนที่นักชกต้องพึ่ง

  • โปรโมเตอร์
  • ช่องทีวี
  • นักพากย์

สมัยนี้หลายคนเริ่มสร้าง

  • เพจเฟซบุ๊กของตัวเอง
  • ช่องยูทูบเก็บบรรยากาศการซ้อม
  • TikTok/Shorts รวมช็อตซ้อมหรือช็อตชีวิตประจำวัน

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ แฟนมวยรู้สึกว่า “เข้าใกล้ตัวนักชกมากขึ้น”

  • เห็นว่าเขาซ้อมยังไง
  • เห็นเขาใช้ชีวิตยังไงนอกเวที
  • เห็นความน่ารัก ความฮา หรือความเหนื่อยที่ไม่ได้ออกทีวี

นักชกที่เข้าใจเกมโซเชียล เลยมีโอกาสสร้างฐานแฟนขึ้นมาเอง

  • ต่อให้ไม่ได้ออกทีวีบ่อย แต่แฟนในออนไลน์เหนียวแน่น
  • เวลาไปขึ้นไฟต์ไหน คนก็พร้อมตามไปเชียร์ แสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจ

บางคนกลายเป็นทั้ง “นักชก” และ “ครีเอเตอร์” ไปพร้อมกัน ขึ้นสังเวียนเสร็จ กลับมานั่งตัดคลิปลงช่องตัวเองต่อ ชีวิตโหดทั้งในยิมและหลังจอจริง ๆ


โลกไฮไลต์และคลิปไวรัล: เมื่อหมัดเดียวเปลี่ยนชีวิต

อีกสิ่งที่สตรีมมิ่งและโซเชียลนำมาให้คือ “วัฒนธรรมคลิปไวรัล”

  • หมัดน็อกสวย ๆ
  • จังหวะพลิกล็อกชนิดทั้งสนามเงียบ
  • ภาพนักชกไทยยืนชูมือกลางเวทีต่างประเทศ

คลิปแค่ไม่กี่วินาที สามารถทำให้คนที่ไม่เคยมาดูมวยมาก่อน กดเข้ามาดูแล้วตามไปเสิร์ชชื่อของนักชกคนนั้นต่อ

ข้อดีคือ

  • นักชกมีโอกาสดังเร็วขึ้น คนเห็นฝีมือแบบกระชับ
  • โปรโมเตอร์ต่างชาติเองก็เห็นช็อตเด็ดผ่านออนไลน์

แต่ข้อเสียคือ

  • บางครั้งคนดูสนใจแต่ “ช็อตน็อก” ไม่ได้สนใจทั้งไฟต์หรือเส้นทางชีวิตก่อนหน้านั้น
  • นักชกบางคนถูกคาดหวังให้ “ต้องมีทีเด็ดแบบเดิมทุกไฟต์” ทั้งที่มวยจริง ๆ มีทั้งไฟต์มัน ไฟต์เนิบ เป็นเรื่องธรรมดา

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าคลิปไวรัลคือ “บันไดลัด” ของนักชกยุคนี้ ที่ช่วยดึงเขาจากมุมเล็ก ๆ ของเวที ขึ้นมาอยู่กลางฟีดคนทั้งประเทศในชั่วคืนเดียว


รายได้และโอกาสที่เปลี่ยนไปในยุคสตรีมมิ่ง

สมัยยุคทีวีสี

  • รายได้หลักมาจากค่าตัว, โบนัส, สปอนเซอร์
  • สื่อหลักคือช่องทีวีและหนังสือพิมพ์

ยุคสตรีมมิ่ง–ออนไลน์เพิ่มช่องทางใหม่ ๆ เข้ามา

  • สปอนเซอร์ส่วนตัวผ่านช่องของนักชก
  • รายได้จากโซเชียล (บางแพลตฟอร์มมีระบบแบ่งรายได้ตามยอดดู)
  • รับงานอีเวนต์, เปิดค่ายสอนมวย, ออกคอร์สออนไลน์

แต่ในอีกมุมหนึ่ง การแข่งขันก็สูงขึ้น เพราะ

  • โลกเห็นนักมวยจากหลายประเทศพร้อมกัน
  • แฟนมวยมีตัวเลือกมหาศาลในทุกแพลตฟอร์ม

นักชกไทยในยุคสตรีมมิ่งจึงไม่ใช่แค่ “ต่อยมวยเก่ง” อย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจภาพรวมของแบรนด์ตัวเองด้วย ว่าจะวางตัวตนยังไงให้คนจดจำ


สายเชียร์–สายลุ้น: จากโพยหน้าสนามสู่แพลตฟอร์มออนไลน์

พูดถึงแฟนมวยไทย ถ้าไม่พูดถึง “สายเชียร์–สายลุ้น” ก็คงไม่ครบภาพ

เมื่อก่อน

  • คนไปสนาม เขียนโพยบนกระดาษ
  • ตามเกาะวิทยุ หรือฟังคนเดินโพยตะโกนต่อ–รอง

พอเข้ายุคออนไลน์

  • คนเช็กข้อมูลก่อนแข่งผ่านเว็บกีฬา
  • ใช้สมาร์ตโฟนกดดูโปรแกรมมวย อัตราต่อ–รอง
  • บางคนล็อกอินผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด หรือแพลตฟอร์มที่ตัวเองคุ้น เพื่อดูเรตหรือวิเคราะห์ก่อนนั่งเชียร์

ความต่างคือ

  • สมัยก่อนข้อมูลจำกัด ต้องอาศัย “หูตาในสนาม”
  • สมัยนี้ข้อมูลล้น ทั้งสถิติ ฟอร์ม 5 ไฟต์หลัง คลิปเก่า ฯลฯ

ข้อดี

  • ถ้าใช้ข้อมูลแบบมีสติ การลุ้นจะมีเหตุผลมากขึ้น
  • แฟนมวยที่จริงจังเรื่องวิเคราะห์เกมก็สนุกกับการ “อ่านทาง” มากกว่าเดิม

ข้อควรระวัง

  • ถ้าเริ่มเชียร์เพราะ “อยากเอาคืน” มากกว่า “อยากดูมวย” แปลว่าความสนุกกำลังถูกกลืน
  • สุดท้ายแล้ว บนเวทีคือคนที่เอาร่างกายขึ้นไปเสี่ยง เราในฐานะคนดูก็ต้องไม่เผลอเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเกินจำเป็นตามไปด้วย

วิวัฒนาการแฟนมวยไทย: จากลุงหน้าทีวีสู่เด็กยุค TikTok

แฟนมวยไทยยุคทีวีสี

  • ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ วัยทำงาน วัยลุง–ป้า
  • ดูมวยกับครอบครัวหรือเพื่อนบ้าน
  • คุยกันต่อที่วงกาแฟ วงเหล้า

แฟนมวยไทยยุคสตรีมมิ่ง

  • มีตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน
  • ดูผ่านมือถือ หูฟังคนเดียว หรือแชร์ลิงก์ในกลุ่มเพื่อน
  • หลังไฟต์จบเข้าไปคอมเมนต์ในเพจ ชม–วิจารณ์ สนทนากันต่อในโลกออนไลน์

เด็กยุคใหม่บางคนรู้จักมวยไทย–มวยสากลผ่าน

  • คลิปไฮไลต์
  • คลิปวิเคราะห์สั้น ๆ
  • คลิปตลก ๆ ในยิมของนักชก

ความผูกพันแบบ “นั่งดูทั้งไฟต์ทีละยก” อาจน้อยลง แต่ความเร็วในการ “รู้จัก” นักชกคนหนึ่งกลับสูงขึ้นมาก เพราะคลิปไวรัลช่วยยิงชื่อของเขาเข้าไปในสายตาคนรุ่นใหม่อย่างรวดเร็ว


คำถามที่พบบ่อย: นักชกไทยยุคทีวีสี vs ยุคสตรีมมิ่ง

ยุคไหนคนดูมวยเยอะกว่ากัน ระหว่างทีวีสีกับสตรีมมิ่ง?

วัดแบบเป๊ะ ๆ ยาก เพราะยุคทีวีสีมีช่องน้อย คนเลยกระจุกตัวดูรายการเดียวกัน ส่วนยุคสตรีมมิ่งคนดูอาจกระจายไปหลายช่อง หลายแพลตฟอร์ม แต่ถ้าวัดเรื่อง “โอกาสเข้าถึง” ยุคสตรีมมิ่งชนะขาด เพราะแค่มีมือถือกับเน็ต ก็สามารถดูมวยจากที่ไหนก็ได้

นักชกไทยสมัยก่อนดังด้วยอะไร ถ้าไม่มีโซเชียล?

ดังด้วยฝีมือบนเวทีล้วน ๆ ผสมกับอำนาจของทีวีและสื่อสิ่งพิมพ์ เสียงพากย์ช่วยจำ ชื่อรายการช่วยปั้น และปากต่อปากของแฟนมวยช่วยสานต่อ ทำให้ชื่อของนักชกบางคนกลายเป็น “ตำนาน” ทั้งที่ไม่มีเพจหรือช่องส่วนตัวเลย

ยุคนี้นักชกไทยต้องเล่นโซเชียลด้วยไหม ถึงจะดัง?

ไม่จำเป็น 100% แต่ “ช่วยได้เยอะมาก” โซเชียลทำให้นักชกมีพื้นที่เล่าเรื่องตัวเอง สร้างความผูกพันกับแฟน ๆ และเปิดประตูไปสู่โอกาสนอกเวที เช่น สปอนเซอร์ งานอีเวนต์ หรือการสอนออนไลน์

สตรีมมิ่งทำให้คุณภาพการถ่ายทอดมวยดีขึ้นไหม?

ส่วนใหญ่ดีขึ้นชัดเจน ทั้งความคมชัด มุมกล้อง การย้อนภาพช้า และเสียงพากย์ เพราะเทคโนโลยีรองรับมากกว่าเดิม แถมยังมีหลายเจ้าแข่งขันกันทำคอนเทนต์คุณภาพสูง แข่งกันเรื่องประสบการณ์การรับชมของคนดู

เด็กยุคใหม่ยังอินกับมวยไทย–มวยสากลอยู่ไหม?

ยังอยู่ แต่ช่องทางเริ่มต้นต่างจากแต่ก่อน เด็กหลายคนไม่ได้เริ่มจากการดูมวยเต็มไฟต์หน้าทีวี แต่เริ่มจากคลิปสั้น ๆ ในแพลตฟอร์มโซเชียล ถ้าคอนเทนต์ทำดีและเล่าเรื่องนักชกได้น่าสนใจ เด็กกลุ่มนี้ก็พร้อมจะตามไปดูไฟต์เต็มต่อเช่นกัน

สายเชียร์–สายลุ้นมีผลต่อภาพลักษณ์มวยไทยบนเวทีโลกไหม?

มีทั้งบวกและลบ ถ้าลุ้นอย่างมีสติ ใช้ความรู้วิเคราะห์เกม จะช่วยทำให้คนดูจริงจังกับกติกาและฟอร์มมากขึ้น แต่ถ้าเน้นเอามันอย่างเดียวจนลืมตัว ก็อาจทำให้ภาพลักษณ์กีฬาดูผูกกับการพนันมากเกินไป ทั้งที่แก่นของมวยคือ “ศิลปะการต่อสู้และหัวใจนักสู้”

ในอนาคต นักชกไทยจะดังผ่านอะไรมากกว่ากัน ระหว่างทีวีกับออนไลน์?

มีแนวโน้มว่าจะเป็นออนไลน์มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนใช้เวลาอยู่กับมือถือและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งมากขึ้น แต่ทีวีก็ยังมีบทบาทในฐานะ “เวทีหลัก” สำหรับไฟต์ใหญ่ ๆ อยู่ดี อนาคตอาจไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่อยู่ที่การผสานสองโลกเข้าด้วยกันมากกว่า


สรุปส่งท้าย: ความดังเปลี่ยนแพลตฟอร์ม แต่หมัด–หัวใจไทยยังเหมือนเดิม

จากยุคที่คนไทยต้องรอเวลามวยออกทีวีช่องเดียวทั้งประเทศ ไปจนถึงยุคที่ใครอยากดูมวยตอนไหนก็ได้ แค่หยิบมือถือขึ้นมากดดู นักชกไทยเองก็ต้องเติบโตตามไปด้วย ทั้งในฐานะนักกีฬาอาชีพ และในฐานะ “ตัวตน” บนโลกออนไลน์ พวกเขาอาจไม่ใช่แค่ฮีโร่บนจอทีวีเหมือนเมื่อก่อน แต่อาจกลายเป็นทั้งนักชก ยูทูเบอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ในคนเดียวกันด้วยซ้ำ

ในขณะเดียวกัน โลกแฟนมวยก็เปลี่ยนไป จากวงลุง ๆ นั่งเชียร์หน้าจอ กลายเป็นกลุ่มคนหลายวัยที่แยกกันดูคนละที่ แต่ไปเจอกันในคอมเมนต์หรือกลุ่มแชต บางคนดูไปด้วย เช็กข้อมูลไปด้วยผ่านแพลตฟอร์มที่ตัวเองคุ้นอย่าง ยูฟ่าเบท แต่ไม่ว่าเราจะเป็นสายดูสด สายดูไฮไลต์ หรือสายลุ้น สิ่งที่เหมือนกันคือ เราทุกคนยังอยากเห็นไฟต์มัน ๆ ของนักชกไทยที่ใส่ทั้งร่างกายและหัวใจลงไปบนเวที

ท้ายที่สุดแล้ว นักชกไทยในยุคทีวีสีสู่ยุคสตรีมมิ่ง: ความดังที่เปลี่ยนรูปแบบแต่ไม่เปลี่ยนความมัน ก็คือภาพสะท้อนของสังคมไทยทั้งสังคม ที่เดินทางจากยุคจอตู้สี่เหลี่ยมสู่จอสี่นิ้วในมือ แต่ยังไม่เคยเลิกหลงเสน่ห์ของคนตัวเล็ก ๆ ที่กล้าขึ้นไปสู้บนสังเวียน เพื่อพิสูจน์ให้ตัวเอง ครอบครัว และแฟนมวยได้เห็นว่า “เราอาจอยู่คนละยุค แต่หัวใจนักสู้ยังเหมือนเดิม” 🌟🥊